ทำไมต้องมีเว็บไซต์? ในเมื่อการทำธุรกิจบนบนโซเชียล หรือช่องทางอื่นๆ ก็ดีอยู่แล้ว

mnm all 582105 unsplash

ในปัจจุบันที่ Social Media เป็นที่นิยม และมีการเติมโตอย่างต่อเนื่อง ผู้คนที่อยู่ในโลกออนไลน์สามารถเอาของไปขายตาม Ecommerce Platform ได้อย่างง่ายดาย ทำให้คนหรือบริษัทส่วนใหญ่ให้ความสำคัญกับการมี เว็บไซต์ เป็นของตัวเองน้อยลง และใครที่ยังอยู่แต่ในโลกออฟไลน์ อาจจะลำบากในการทำธุรกิจมากขึ้นเรื่อยๆ เพราะจะเจอสิ่งที่ดีกว่า เร็วกว่า เจ๋งกว่า มาแข่งขันด้วยตลอดเวลา

ทำไมต้องมีเว็บไซต์! เว็บไซต์มีความจำเป็นอย่างไร?

  1. มีเว็บไซต์เพื่อทำให้ลูกค้า “ค้นหา” คุณเจอบนโลกออนไลน์ได้มากขึ้น
  2. เว็บไซต์สร้างความน่าเชื่อถือให้กันคุณ
  3. การเชื่อมต่อเว็บไซต์กับแพล็ตฟอร์มอื่นๆ ช่วยทำให้สะดวกในการใช้งาน

1. มี เว็บไซต์ เพื่อทำให้ลูกค้า “ค้นหา” คุณเจอบนโลกออนไลน์

คนใช้บนโลกส่วนใหญ่ใช้ Google เพื่อค้นหาในสิ่งที่ต้องการ การที่คนค้นหาบน Google แล้วเจอเว็บไซต์ของคุณ จากนั้นก็คลิ๊กเข้ามาในเว็บไซต์ของคุณ นั่นเป็นตัวบ่งบอกว่า

  1. เขามีความต้องการข้อมูลหรือสินค้านั้นๆ จริงๆ
  2. เว็บไซต์ของคุณน่าดึงดูดเพียงพอที่จะตอบสนองความต้องการของเขาได้

ถ้าคุณขาย หรือทำธุรกิจผ่านโซเชียลมีเดีย, ลงโฆษณา google, ขายผ่าน Platform อื่นๆ หรือขายบนโลกออฟไลน์อยู่แล้ว คุณลองหันมาทำเว็บไซต์เพื่อตอบโจทย์ Search Engine ของ Google เพราะการที่ลูกค้าเข้ามาเจอคุณผ่านการ “ค้นหา” นั้น มันเป็นช่องทางที่ทรงพลังที่สุดช่องทางหนึ่งเลย

2. เว็บไซต์ สร้างความน่าเชื่อถือให้กับคุณ

การทำเว็บไซต์นั้นต้องอาศัยพลังงานมากกว่าการขายบนแพลตฟอร์มอื่นๆ หรือการสร้างแอคเคาท์บนโซเชียลมีเดียพอสมควร ถ้าหากจะให้เปรียบเทียบกับโลกออฟไลน์ ก็เหมือนกับการที่คุณสร้างร้านค้า หรือคุณไปฝากของขายตาม Super Market หรือตามห้างนั่นเอง

การสร้างร้านของตัวเองนั้นมีความยุ่งยากกว่ามาก แต่หากถ้าคุณมีหน้าร้าน มันก็เป็นตัวบ่งบอกถึงความพร้อมที่จะบริการ และมีความเป็นมืออาชีพของคุณ หากคุณลองสังเกตแบรนด์ส่วนใหญ่ที่มีชื่อเสียงนั้น ล้วนแล้วต่างก็มีเว็บไซต์เป็นของตัวเองด้วยกันทั้งนั้น

3. การเชื่อมต่อเว็บไซต์กับแพล็ตฟอร์มอื่นๆ ช่วยทำให้สะดวกในการใช้งาน

การมีเว็บไซต์นั้นจะทำให้คุณเชื่อมต่อกับแพล็ตฟอร์มอื่นๆ ได้มากมาย ซึ่งถ้าคุณสามารถสร้างการเชื่อมต่อได้เชี่ยวชาญแล้ว ในบางขั้นตอน คุณสามารถที่จะทำระบบของคุณให้เป็นระบบอัตโนมัติ (Automate) ได้ เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับตัวคุณเอง

ในมุมมองของ Inbound Marketing คือการทำ Marketing Automation หรือ Sales Automation นั่นเอง เช่นคุณสามารถตั้งค่าไว้ว่า เมื่อคนที่ติดตามคุณด้วยอีเมลนั้นเข้าไปในหน้า Sales Page (หน้าขายของของคุณ) แล้วไม่ซื้อ ระบบจะส่งอีเมลแบบอัตโนมัติเพื่อ Follow Up ติดตามผลหลังจากที่เขาเข้าไปหน้า Sales Page ของคุณ 1 วัน เป็นต้น

สรุป

สำหรับการทำธุรกิจบนโซเชียลมีเดีย มีความเชื่อที่ว่า “วัตถุเมื่อถึงที่สุดแล้วต้องมีการเปลี่ยนแปลง” ในช่วงเวลา 3-5 ปี ที่ผ่านมานี้ เป็นยุคสมัยแห่งโซเชียลมีเดียอย่างแท้จริง แต่ช่องทางบนโลกโซเชียลมีเดียนั้นจะมีคนเข้ามาทำธุรกิจมากขึ้นเรื่อยๆ และโมเดลธุรกิจแบบ Advertising นั้นมีข้อจำกัดด้านปริมาณในการนำเสนออยู่ (โซเชียลมีเดียไม่อาจจะปล่อยให้มีโฆษณามากเกินไป เพราะถ้าหากมากเกินไป คนก็จะไม่อยากใช้งาน) และเมื่อไหร่ก็ตามที่ demand มากกว่า supply มากๆ ราคามันก็จะแพงขึ้นเรื่อยๆ และคนก็จะเริ่มหาทางเลือกอื่น และเช่นเดียวกันกับการไปฝากขายในแพลตฟอร์มใหญ่ๆ ที่คุณต้องทำตามกฏระเบียบที่ทางแพลตฟอร์มกำหนดขึ้นมา

ดังนั้นการทำเว็บไซต์ของตัวเองถือว่าเป็นการสร้างสินทรัพย์บนโลกดิจิทัล ควบคู่ไปกับการใช้ช่องทางอื่นๆ อย่างโซเชียลมีเดียและแพลตฟอร์มอื่นๆ นั่นอาจจะเป็นการผสมผสานที่ดีและยั่งยืนในระยะยาว